Posted on

ขับ รถรับจ้างขนของ ถึงระยะที่เท่าไหร่? จึงเปลี่ยนถ่าย 5 ของเหลวรถยนต์

ขับ รถรับจ้างขนของ ถึงระยะที่เท่าไหร่? จึงเปลี่ยนถ่าย 5 ของเหลวรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายของเหลว ระยะที่เท่าไหร่
รถยนต์ เมื่อถูกใช้งานกันนานๆ ก็ต้องมีบำรุง ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนถ่ายของเหลวกันบ้าง อย่างเช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย น้ำหล่อเย็น หรือน้ำมันพวงมาลัยที่อาจมีให้เห็นในรถรุ่นเก่าๆ ก็ไม่ควรละเลยที่จะเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ว่าแต่ของเหลวแต่ละตัวจะต้องเปลี่ยน ณ ระยะเลขไมล์ที่เท่าไหร่ วันนี้รวบรวมมาให้ดูง่ายขึ้น

เปลี่ยนถ่ายของเหลว ระยะที่เท่าไหร่

ก่อนอื่นต้องบอกว่าปกติแล้ว รถรับจ้างขนของทุกคันจะมีสมุดการรับประกันจากศูนย์บริการทุกครั้งที่ขับออกมาจากโชว์รูม หรือถ้าเป็นรถมือสอง ก็ควรทักทวงสมุดจากเจ้าของรถคนเดิมนะครับ เพราะในสมุดจะบอกข้อมูลไว้ว่า ควรเปลี่ยนของเหลวต่างๆ เมื่อไหร่ และได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

1. น้ำมันเครื่อง

ถ้าหากเปรียบรถเป็นคน น้ำมันเครื่องก็เปรียบเสมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ เราจึงควรใส่ใจกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถได้ แต่ทั้งนี้ระยะการเปลี่ยนขึ้นอยู่กับ ประเภทน้ำมันเครื่องที่ใช้ และการใช้งานงานของรถว่าใช้งานบ่อยแค่ไหน และขับขี่ไปได้กี่กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา 5,000 กิโลเมตร
น้ำมันเครื่อง กึ่งสังเคราะห์ 7,500-8,000 กิโลเมตร
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 10,000-15,000 กิโลเมตร

2. น้ำมันเบรก

น้ำมันเบรก เป็นสิ่งที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับรถ และใส่ใจเปลี่ยนตามกำหนด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และป้องกันสนิม เพราะการเปลี่ยนน้ำมันเบรกจะช่วยไล่ความชื้นที่ผสมอยู่ในน้ำมันเบรกได้

น้ำมันเบรกจะมีอายุได้ถึง 80,000 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 3 ปี

3. น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย

อีกหนึ่งชิ้นส่วนรถที่สำคัญ นั่นคือ เกียร์ เป็นสิ่งที่ควรบำรุงรักษาให้ดี เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามกำหนด ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเกียร์ได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันสนิมที่จะกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในเกียร์

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทุกๆ 30,000 หรือ 40,000 กิโลเมตร

4. น้ำยาหล่อเย็น

น้ำยาหล่อเย็น เป็นตัวช่วยทำให้จุดเดือดของน้ำที่อยู่ในหม้อน้ำเดือดช้าลง และป้องกันการเกิดสนิม ตะกรัน ตะกอน ต่างๆ ส่วนระยะการเปลี่ยนถ่ายนั้นขึ้นอยู่กับรถแต่ละรุ่น และน้ำยาที่ใช้

บางรุ่นกำหนดไว้ทุกๆ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
และบางรุ่นกำหนดไว้ที่ 100,000 – 200,000 กิโลเมตร

5. น้ำมันพาวเวอร์

น้ำมันเพาเวอร์ หรือน้ำมันพวงมาลัย อาจมีให้เห็นในรถรุ่นเก่าๆ ที่ยังใช้ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิคอยู่ ซึ่งระบบจะมีกระบอกสูบเป็นส่วนประกอบ และใช้น้ำมันเป็นตัวหล่อเลี้ยง แต่ถ้าน้ำมันไม่เพียงพอ จะทำให้บังคับเลี้ยวยากขึ้น ดังนั้นจึงควรมีการเติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่ถูกต้องอยู่เสมอ และที่สำคัญเมื่อใช้งานรถยนต์ไปถึงระยะหนึ่ง ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยตามระยะที่กำหนดไว้ในคู่มือรถ

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ทุก 80,000 กิโลเมตร